ฟังด่วน! คุณสมบัติ-เงินฝาก โครงการ ม.33 เรารักกัน มีอะไรบ้าง ?

ผู้ประกันตน มาตรา 33 เตรียมเฮ หลังรัฐบาลอนุมัติ ม.33 เรารักกัน

เนื่องจากตอนนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งโครงการคนละครึ่ง เราชนะ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ฯลฯ โดยล่าสุดเป็นโครงการ ม.33 เรารักกัน ที่เป็นมาตรการเยียวสำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มาตรา 33

โดยโครงการ ม.33 เรารักกัน จะเป็นมาตรการสำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม มาตรา 33 เท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเยียวยารายละ 4,000 บาท จะแบ่งจ่ายสัปดาห์ละ 1,000 บาท พร้อมกับเปิดให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2564 ผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com

ซึ่งนับจากวันนี้ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ผู้มีสิทธิ์ก็จะได้ลงทะเบียน ม.33 เรารักกันแล้ว ก่อนอื่นเรามาสรุปสิ่งที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรู้ เพื่อวันที่ลงทะเบียนจริงจะได้ถูกต้องทุกขั้นตอนกันค่ะ

คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน ม.33 เรารักกัน

  • มีสัญชาติไทย
  • เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม
  • ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน
  • ไม่ได้รับสิทธิโครงการเราชนะ
  • ไม่มีเงินฝากรวมกันทุกบัญชีเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563
  • เงินฝาก ที่ถูกกำหนดเป็นคุณสมบัติโครงการนี้ คืออะไร
ผู้ประกันตน มาตรา 33 เตรียมเฮ หลังรัฐบาลอนุมัติ ม.33 เรารักกัน
ผู้ประกันตน มาตรา 33 เตรียมเฮ หลังรัฐบาลอนุมัติ ม.33 เรารักกัน

ซึ่งจากคุณสมบัติข้อหนึ่งที่ได้มีการระบุเอาไว้ว่า ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ม.33 เรารักกัน ต้องไม่มีเงินฝากในบัญชีธนาคารรวมกันเกิน 500,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยคำว่า ‘เงินฝาก’ ณ ที่นี้ จะหมายถึงเงินฝากในบัญชี ดังต่อไปนี้

  • เงินฝากกระแสรายวัน
  • เงินฝากออมทรัพย์
  • เงินฝากประจำ
  • บัตรเงินฝาก
  • ใบรับฝากเงิน
  • ผลิตภัณฑ์เงินฝากอื่นใด ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน

ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ม.33 เรารักกัน ต้องมีอะไรบ้าง ?


นอกจาก ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ต้องมีคุณสมบัติตามที่โครงการ ม.33 เรารักกัน ระบุไว้แล้ว ผู้ลงทะเบียนจะต้องมีอุปกรณ์หรือสิ่งของเพื่อใช้ในการลงทะเบียน ดังนี้

สมาร์ทโฟน

  • ผู้ลงทะเบียน ม.33 เรารักกัน เพื่อรับเงินเยียวยาโควิด-19 ต้องมีสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 5.0+ ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 9.0+ ขึ้นไป

แอปพลิเคชันเป๋าตัง

  • ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ไว้ในสมาร์ทโฟนเพื่อใช้สำหรับการรับเงินและจ่ายเงินตามมาตรการ ม.33 เรารักกัน ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าแอปพลิเคชั่นเป๋าตังที่ติดตั้งนั้นเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 10.32.0 หรือไม่ หากไม่ใช่เวอร์ชั่นดังกล่าว ทางเราขอแนะนำให้ท่านทำการอัปเดตแอปพลิเคชั่นเป๋าตังก่อนการลงทะเบียนค่ะ

บัตรประชาชน

  • ไว้ใช้สำหรับการยืนยันตัวตนของผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการ ม.33 เรารักกัน โดยในครั้งแรกต้องทำการลงทะเบียนใน G-wallet บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง พร้อมกับถ่ายรูปบัตรประชาชนพร้อมกรอกข้อมูลที่จำเป็นลงไปเพื่อยืนยัน

แต่สำหรับผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่เพิ่งออกจากงานไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม เช่น ลาออกเองหรือถูกเลิกจ้างงาน หากมีกำหนดออกหลังจากวันที่ 19 มกราคม 2564 ก็สามารถเข้าร่วมมาตรการ ม.33 เรารักกัน ได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากพบปัญหาหรือมีการตรวจสอบสิทธิไม่ผ่าน ก็สามารถยื่น ‘ทบทวนสิทธิ’ ได้อีกครั้งเพื่อรอการยืนยันค่ะ

ข้อมูลจาก : Promotions.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published.

ข่าวสาร

เคอร์ฟิว 23 เมษายน ไม่จริง! ศบค.วอนประชาชนหยุดแชร์ข่าวปลอม

ศบค.ยืนยันไม่เคอร์ฟิว – ล็อกดาวน์ เพียงแค่วางมาตรการเข้มขึ้น จากกรณีที่มีเฟซบุ๊กหนึ่งได้มีการแชร์ภาพของการประกาศเคอร์ฟิวนั้น ขณะนี้ทาง ศบค.ได้มีการชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่าไม่มีความจริงอย่างใด อีกทั้งภาพดังกล่าวก็เป็นกำหนดการเคอร์ฟิวของปี 2563 ที่ผ่านมา จึงวอนประชาชนทุกคนเสพข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ พร้อมฟังประกาศจากแถลงการณ์ ศบค. ทุกวันเวลา 11.30 เท่านั้น ในขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย แม้ยังอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีประกาศเคอร์ฟิว – ล็อกดาวน์พื้นที่ต่าง ๆ ตามที่ได้มีการแชร์กันออกไปแต่อย่างใด เพียงแค่ตอนนี้อยู่ในมาตรการคุมเข้มเร่งด่วน เพื่อเข้าจัดการกับปัญหาในพื้นที่ควบคุมสูงสุด (พื้นที่สีแดง) เท่านั้น โดยเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ที่เป็นเพจของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ได้มีการชี้แจงพร้อมทั้งระบุข้อความว่า ‘ข่าวปลอม อย่าแชร์ !!! กรณีที่มีการส่งข้อมูล “เคอร์ฟิวทั่วประเทศ” ห้ามออกจากบ้าน 4 ทุ่ม – ตี 4 เริ่ม 23 เม.ย.64 ไม่เป็นความจริง’ ทั้งนี้ […]

Read More
ข่าวสาร

สุดอาลัย ‘ไพโรจน์ ใจสิงห์’ นักแสดงในตำนานของไทย

คนบันเทิงแห่แสดงความอาลัยนักแสดงอาวุโส ‘ไพโรจน์ ใจสิงห์’ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิง เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่ ปู ปริศนา กล่ำพินิจ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ได้ออกมาโพตส์แสดงความอาลัย ไพโรจน์ ใจสิงห์ ด้วยภาพขาว-ดำ พร้อมข้อความสุดอาลัย ว่า “ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปอย่างสงบ เมื่อเช้ามืดวันนี้ที่บ้านพักของอาโรจน์ “ไพโรจน์ ใจสิงห์” หลับให้สบายนะคะอา ปูขอให้ดวงวิญญาณของอาไปสู่สุคติภพอันสงบสุข ด้วยความอาลัยรักค่ะ” ซึ่งเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2556 ไพโรจน์ ใจสิงห์ ได้ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ซีกซ้าย และมีโรครุมเร้าหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง, เส้นเลือดในสมองตีบ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง จึงจำเป็นต้องส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกจนอาการเริ่มดีขึ้น แต่ต่อมาวันที่ 4 กันยายน 2556 อาการทรุดลงอีกครั้ง และในปี 2563 ได้มีอาการทรุดปอดเชื้อ และจากไปอย่างสงบในเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ในวัย 77 ปี สำหรับ ไพโรจน์ […]

Read More
ข่าวสาร

ขอนแก่นยืนยันพบเด็กชาย 10 ขวบติดโควิด -19 เสี่ยงเพิ่มอีก 310 คน

เด็กชายวัย 10 ขวบขอนแก่นติดโควิด หลังกลับจากงานตรุษจีนปทุมธานี ช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ขอนแก่นยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 13 โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเด็กชายอายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเขต อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น เป็นผู้ป่วยที่มีประวัติการเดินทางมาจากจังหวัดปทุมธานี ซึ่งขณะทางทีมแพทย์ได้ลงพื้นที่เพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และตรวจไทม์ไลน์ของผู้ป่วยคนดังกล่าวอย่างเข้มงวด ซึ่งนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น ได้ระบุว่า เด็กชายรายนี้ได้เดินทางไปร่วมงานตรุษจีนบ้านญาติที่จังหวัดปทุมธานี พร้อมคุณพ่อ ในช่วงวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2564 และเดินทางกลับมาที่ขอนแก่นวันที่ 12 จากนั้นพ่อของผู้ป่วยได้รับแจ้งจากญาติว่าคุณย่า และคุณอามีอาการป่วย คุณพ่อจึงได้เดินทางไปที่ปทุมธานีอีกครั้ง (คนเดียว) และเมื่อผลออกมาปรากฏว่าคุณย่า และคุณอาติดเชื้อโควิด-19 คุณพ่อจึงเข้ารับการตรวจด้วยเช่นกัน โดยผลออกมาว่าคุณพ่อติดเชื้อโควิด-19 ในช่วงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 จากนั้นคุณพ่อจึงเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี และขณะที่เข้ารับการักษาคุณพ่อจึงได้แจ้งไทม์ไลน์ให้กับทีมสอบสวนโรคได้ทราบ จึงได้มีการส่งต่อประสานงานกันระหว่าง สสจ.ปทุมธานี และ สสจ.ขอนแก่น จนได้นำตัวเด็กชายเข้ารับการตรวจคัดกรองที่โรงพยาบาลบ้านฝาง และเมื่อผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อ จึงถูกส่งต่อการรักษาไปที่ โรงพยาบาลชุมแพ […]

Read More